น้อย's profileWindows Live spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 21

    คน...หนึ่ง...คน

    คน 1 คน

    การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคนไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม
    สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ
    'คน ' เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น
    อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป
    เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว
    อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
    เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น
    อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
    เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . . คนเดียว ....
    อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
    เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง
    อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
    เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด
    อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
    เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้
    คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที
    เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ
    ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา
    ฉันเองก็เป็น 'คน' เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน
    ...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...
    - - -
    January 08

    ประเพณีปีใหม่ของกระเหรี่ยง

          เมื่อวันที่ 2 - 5 มกราคม 2551 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางไปบันทึกภาพ(เที่ยวดีดีนี่แหละ) งานปีใหม่กระเหรี่ยง หรืองาน อ๊อบือซอโค๊ะ (กินข้าวใหม่)ของชาวกระเหรี่ยงบ้านกล้อทอ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก (ค่อยๆอ่านไปนะ เดี๋ยวก็เข้าใจชื่องานเองล่ะ)
          ตอนบ่ายของวันที่สอง มกราคม  เราเริ่มออกเดินทางจากอุ้มผางมุ่งหน้าสู่บ้านกล้อทอ สถานที่จัดงาน ผู้เขียนเองก็ยังไม่แน่ใจนะว่ามันไกลออกจากอุ้มผาง ไปไกลเท่าไหร่ ระยะทางเท่าไหร่ เพราะนานแล้วที่ไม่ได้ไป เพราะไปแต่ละครั้ง ก็ไปทำงานแบบเร่งรีบทั้งสิ้น ไม่อยากบอกเลยว่าเราเดินทางไปโดยรถมอเตอร์ไซด์สองล้อคันเล็กๆ(เมื่อเทียบกับขนาดตัวของเรา) พอขับไปได้สักระยะ เราก็รู้ทันทีว่าบ้านกล้อทอห่างจากตัวเมืองอุ้มผางไปประมาณ 38 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางโดยตลอด (บางช่วงน่าจะเรียกว่าลาดยางดีหรือป่าวนี่) เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเดินทาง(ขับขี่แบบชมนกชมไม้) เรามาถึงบ้านกล้อทอ และก็ได้สืบถามจากชาวบ้านถึงสถานที่จัดงาน ชาวบ้านก็ชี้บอกทางให้ เราเห็นและขับรถเข้าไป มีป้ายแขวนเต็มไปหมด เราขับต่อไปเรื่อย ๆ จนพบกับผู้จัดงานตัวจริง อาจารย์ทัพชัย รักสถานกำเนิด (แต่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ อาจารย์นิวัติ) งง ป่าว เรามารู้ทีหลังว่าอาจารย์แกพึงเปลี่ยนชื่อไปไม่นานนี่เอง เราได้เข้าไปดูสถานที่จัดงาน DSC01483
    ได้นอนที่บ้านอาจารย์ ส่วนมื้อเย็นเราไปฝากท้องกับบ้านพี่ตี๋(เพื่อนรุ่นพี่) คนอุ้มผาง แต่มาเป็นลูกเขยที่นี่
             เช้าตรู่ของวันที่สาม มกราคม เราตื่นแต่เช้า เพื่อไปถ่ายรูป เที่ยวงาน และที่แน่ๆ หาไรกิน แต่มือเช้าเราหายากมาก เพราะทุกคนมัวแต่วุ่นกับงาน เราทานมาม่าคัพ เป็นมื้อเช้า ในวันนี้ เค้าเริ่มด้วยการแข่งกีฬามวยปล้ำ รอบคัดเลือก  โดยมีความเชื่อที่ว่าในพิธีงานกินข้าวใหม่ ต้องจัดให้มีการแข่งขันกีฬามวยปล้ำ DSC01505บนกองฟาง จำทำให้มีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น พอกินตลอดทั้งปี โดยมีกติกาว่าใครทุ่มคู่ต่อสู้ลงได้ โดยให้แผ่นหลังลงเต็มแผ่นหลังได้ 2 ครั้ง เป็นฝ่ายชนะ( ไม่นับเอา ที่ทุ่มด้านข้างลำตัวของผู้ต่อสู่ลง) เราได้ดูมวยปล้ำสักแปบ เราก็แหงะไปเห็นตุง (ธง) และมีนก อยู่บนยอดเสาตุง(ธง)DSC01487
    ตามตำนานเชื่อกันว่า นกที่อยู่บนยอดเสา นี้เป็นเทพเจ้า แห่งการต่อสู้ เป็นนักรบที่คอยช่วยปกป้อง ชาวกระเหรี่ยงให้พ้นภัย
                ความเป็นจริงแล้ว พิธีกินข้าวใหม่นี้ เป็นพิธีที่ชาวกระเหรี่ยงเรียกอีกอย่างว่า พิธีส่งนก นั่นเป็นเพราะว่าความเชื่อของชาวกระเหรี่ยงเชื่อว่า ตอนที่เค้าเริ่มทำนา เริ่มถางนา เผาที่เพื่อทำนา จะมีเทพเจ้านกมาช่วยคุ้มครองให้ไร่นามีผลผลิตสมบูรณ์  พอกิน ฉะนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ก็ต้องมีการแบ่งผลผลิต ให้เทพเจ้านก พร้อมกับคำอธิฐานว่า " ตอนนี้ ไร่นาต่างๆ ก็ได้เก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นแล้ว... เราขอแบ่งผลผลิตที่เราได้นี้ ให้กับท่าน ขอให้ท่านรับไป...และกลับไปพักผ่อน... ต่อเมื่อตอข้าวในนาดำ...ดินในนาพลิก...ก็ขอให้กลับมาช่วยกันทำกินอีก"
            เอาล่ะว่าถึงวันที่ สามมกราคมต่อ ..... หลังจากแข่งมวยปล้ำแล้ว เราก็ได้ดูการแข่งบันไดคว่ำ-หงาย DSC01521DSC01522กติกามีอยู่ว่า ต้องไต่บันไดจากอีกฝั่งไปสู่อีกฝั่ง และไปหยิบผ้าโสร่งที่อยู่บนยอดเสาจึงชนะ โดยให้โอกาสไต่ได้คนละ สามครั้ง หากสามครั้งปีนไม่ได้ ต้องให้โอกาสคนอื่น ไต่บันไดต่อ นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันขึ้นบันไดลิง แต่อันตรายเกิน มีคนพลัดตกลงมา บาดเจ็บคณะกรรมการเลยขอยกเลิก DSC01526
            จากนั้นในช่วงค่ำก็มีการเรียกขวัญข้าว DSC01578
    ระหว่างที่มีพิธีเรียกขวัญข้าวนั้น มีการตีกลองยาว เป่าเขาควาย ตีฉาบ ฆ้อง (ตามแบบปกากะญอ)DSC01559 และข้างๆปะรัมย์พิธีก็มีการแสดงรำดงDSC01589จากน้องๆชาวกระเหรี่ยงน้ำจากศูนย์อพยพนุโพDSC01571 (เราจะเรียกชาวกระเหรี่ยงในฝั่งพม่าว่ากระเหรี่ยงน้ำ แตกต่างกับปกากะญะ ตรงภาษา และวัฒนธรรมนิดหน่อย) และปิดท้ายด้วยการแสดงของจอตือโพ และคณะ
           วันที่ 4 มกราคม 2551 งานเริ่มด้วยการรวมตัวของชาวบ้านตั้งแต่เช้า พอประมาณ 11.00 น. ประธานในพิธีมาถึง DSC01617ชาวบ้านเดินขบวนเข้ายังพิธี DSC01630นายชิงชัย ก่อประภากิจ เป็นประธานในพิธีเปิด มีนายสมเดช ฉัตรชัยลือนาม (ส.อบจ.ศรีปุ๊ด)DSC01632 เป็นผู้กล่าวรายงานDSC01623 และก็มีDSC01651การแสดงของน้องๆชาวปกากะญอ จากบ้านโมโกร ชุดการแสดงนี้แสดงถึง การทำนา วิธีการทำให้ได้มาซึ่งข้าวให้เรากินกัน จนได้มาประกอบพิธีกินข้าวใหม่กันในวันนี้  DSC01652DSC01650 จากนั้นตามมาด้วยพิธีเรียกขวัญข้าว,กินข้าวใหม่ และส่งนก DSC01675DSC01676DSC01678DSC01679DSC01686DSC01688บรรยายกาศสนุกสนาน ชื่นมื่นดี หลังจากนั้นมีการมัดข้อมือตามประเพณี DSC01715 มีการแข่งกีฬาชนิดต่างๆ รอบชิงชนะเลิศ เช่น
     
     DSC01731
    มวยปล้ำ
     DSC01763
    ยิงหนังสติ๊ก (คนที่นั่งยิงนี่แหละ แชมป์)อย่าเข้าใจผิดนะว่าเป็นการแข่งขันยิงธนู เพราะหนังสติกของคนที่นี่ คล้ายธนูแต่ใช้กระสุน ไม่ใช่ลูกศร
     
     DSC01770
    วิ่งโกกเกก
     
    DSC01777
    ชักเย่อ
     
     DSC01781
    สานตะกร้า(คนนี้ ก็ แชมป์ เพราะลงแข่งคนเดียว)
     
     DSC01787
    ช่วงค่ำมีประประกวด ธิดาอ๊อบือซอโค๊ะ(สาวอายุ 16-17 ปีทั้งนั้น)
     
     
     DSC01604DSC01609
    และปิดท้ายงานด้วยการแสดงของจอตือโพ ศิลปินชาวปกากะญอ
     
     
     
     
    เราลืมบอกไปว่ามื้อเย็นเราไปกินข้าวที่ทาง อบต.แม่จันจัดไว้ อร่อยมาก
     
     
     
    อากาศที่แม่จัน ขอบอกว่าหนาวมากๆ ห่มผ้านวมสองผืนยังเอาไม่อยู่เลย   (ชาวบ้านอยู่กันได้ยังงัยก็ไม่รู้)   
     
     
     
    เช้าตรู่ของวันที่ 5 มกราคม เราออกจากแม่จันตั้งแต่เช้า กลับมาพักผ่อนที่อุ้มผาง    การเดินทางในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ
     DSC01557อาจารย์ทัพชัย รักสถานกำเนิด (ที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ อ.นิวัติ) เอื้เฟื้อเรื่องที่พัก อาหาร และความรู้เรื่องวัฒนธรรม ต่าง ๆ
    ขอเป็นกำลังใจให้ท่านได้ สู้ต่อไปในฐานะ แสงเทียนส่องทางสร้างปัญญาแก่คนแม่จัน บ้านไพร